WHO แนะนำใช้ยายุติการตั้งครรภ์

 

สธ.เสนอทุกสถานพยาบาลยกเลิกการขูดมดลูก เปลี่ยนเป็นเครื่องดูดมดลูกแทน พร้อมแนะใช้ยายุติการตั้งครรภ์ตามที่ WHO แนะนำ หวังลดปัญหาทำแท้งไม่ปลอดภัย ชี้ ร่าง พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์ ช่วยส่งเสริมการจัดบริการป้องกันท้องไม่พร้อมและทำแท้งอย่างปลอดภัย เล็งเปลี่ยนทัศนคติผู้ให้บริการไม่มอง “นางสาว” มาคุมกำเนิดในแง่ลบ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงการคุมกำเนิด
23 ม.ค.2555 ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวระหว่างการประชุมนานาชาติ “สุขภาพสตรีและการทำแท้งไม่ปลอดภัย” – IWAC 2013 ซึ่งจัดโดยมูลนิธิเพื่อสุขภาพและสิทธิอนามัยการเจริญพันธุ์ของสตรี (แห่งประเทศไทย) ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า ปัจจุบัน ผู้หญิงไทยในวัยเจริญพันธุ์ (15-49 ปี) ซึ่งมีจำนวนมากถึง 16 ล้านคน หรือ 1 ใน 4 ของประเทศ ยังคงมีปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม สาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ถูกล่วงละเมิดทางเพศจากคนใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และ 2.การเข้าไม่ถึงบริการคุมกำเนิด ซึ่งเป็นเรื่องของทัศนคติที่มองว่าผู้หญิงที่รู้จักการป้องกันตนเองเป็นคนใจแตก ที่เห็นได้ชัดคือผู้หญิงวัยทำงานที่ยังใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” หรือยังไม่มีสามี เมื่อมาขอใช้บริการคุมกำเนิดตามสถานพยาบาล เช่น ใส่ห่วง หรือฉีดยา ผู้ให้บริการมักมองว่ามีความประพฤติที่ไม่เหมาะสม

 

“นอกจากนี้ ผู้หญิงไทยยังมีปัญหาเรื่องการยุติการตั้งครรภ์ที่ไม่ปลอดภัยด้วย ทั้งการขูดมดลูกซึ่งมีอัตราการตาย การตกเลือด และการติดเชื้อสูง รวมไปถึงความล่าช้าของการดำเนินการยุติการตั้งครรภ์ตามกฎหมายอาญามาตรา 305 และข้อบังคับแพทยสภาที่กำหนดเงื่อนไข ว่า หญิงที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี หรือตั้งครรภ์ไม่พร้อมอันเนื่องจากการล่วงละเมิดทางเพศ และการตั้งครรภ์ที่มีผลต่อสุขภาพกายและใจของแม่ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้เลยนั้น ส่งผลให้มีหญิงตั้งครรภ์จำนวนมากหันไปทำแท้งเถื่อนแทน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาด้วยตัวเองที่ไม่ถูกต้องและไม่ปลอดภัย เป็นผลให้เกิดปัญหาสุขภาพกาย จิตใจ ครอบครัว และสังคมตามมาอีกมากมาย

 

การจัดประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมหรือไม่พึงประสงค์ และการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย เพื่อส่งเสริมวิชาการและกระตุ้นความตระหนักของสังคมไทยและทั่วโลกในการดูแลสุขภาพผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ และสร้างภาคีเครือข่ายระดับนานาชาติในการร่วมกันแก้ไขปัญหา สำหรับประเทศไทยมีแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวเบื้องต้น คือ 1.เสนอให้ทุกสถานพยาบาลดำเนินการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามวิธีที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ คือ ยกเลิกการขูดมดลูก โดยให้หันมาใช้เครื่องดูดมดลูกแทน และให้ใช้ยา Mifepristone และ Misoprostol ในการยุติการตั้งครรภ์กรณีที่อายุครรภ์น้อยกว่า 63 วัน หรือ 9 สัปดาห์ ซึ่งเป็นยาที่องค์การอนามัยโลกได้บรรจุลงในบัญชียาหลัก อย่างไรก็ตาม การรณรงค์ให้แต่ละประเทศขึ้นทะเบียนยาทั้งสองตัวนี้ไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้มีการทำแท้งอย่างเสรี แต่ต้องเป็นการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามกฎหมายของแต่ละประเทศกำหนดสูตรยาทำแท้งขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับการตั้งครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ คือ กิน RU486 200 mg อีก 36-48 ชั่วโมง กิน ไซโตเทค(Cytotec) 400mcg หรือเหน็บยาไซโตเทค (Cytotec) 800 mcg

 

2.ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนแพทย์และพยาบาลให้มีความเข้าใจการบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยตามหลักกฎหมายมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการใช้เครื่องดูดมดลูกและยายุติการตั้งครรภ์ที่ถูกต้องปลอดภัย รวมถึงการปรับเปลี่ยนทัศนคติและเปิดให้คำปรึกษาการวางแผนครอบครัว การคุมกำเนิด และการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม หากร่าง พ.ร.บ.อนามัยการเจริญพันธุ์ มีผลบังคับใช้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนจัดบริการการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยได้เข้มแข็งขึ้น เช่น การส่งเสริมการมีลูกเมื่อพร้อม การเข้าถึงการวางแผนครอบครัว การให้ความรู้ด้านเพศศึกษาแก่เด็กตั้งแต่ระดับครอบครัว โรงเรียน และชุมชน การรู้จักปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนต่างเพศ การรู้จักปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์ การป้องกันหรือการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย รวมไปถึงพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขและพัฒนาบุคลากรให้รู้เท่าทันเทคโนโลยีการคุมกำเนิด การยุติการตั้งครรภ์ เพิ่มทักษะการให้คำปรึกษา ซึ่งตรงนี้อาจช่วยเปลี่ยนใจให้คนอยากทำแท้งเลิกทำแท้งได้ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้มีการจัดบริการด้านสังคมด้วย เช่น การเปิดให้ศึกษาต่อ เพราะนักเรียนส่วนใหญ่ที่ไปทำแท้งเพราะต้องการที่จะเรียนต่อ จึงจะมีการเปิดโอกาสตรงนี้ด้วย

 

อนึ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้คาดประมาณไว้ว่าทั่วโลกมีผู้หญิงที่ต้องเผชิญกับปัญหาการทำแท้งปีละประมาณ 20 ล้านคน แต่ละปีมีผู้หญิงต้องเสียชีวิตจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัยประมาณ 80,000 คน หรือตกชั่วโมงละ 9 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 95 อยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนารวมทั้งประเทศไทย ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2-3 แสนราย ขณะที่การป่วยและตายจากการแท้งที่ไม่ปลอดภัยและค่ารักษาพยาบาลของประเทศไทย เมื่อปี 2554 พบว่า แท้งสูงถึง 30,389 ราย ตาย 4 ราย ใช้ค่ารักษาพยาบาลกว่า 154 ล้านบาท

อันตรายจากการทำแท้ง

 

 การทำแท้งโดยวิธีที่ถูกต้อง โดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ ที่เรียกว่าทำแท้งเพื่อการรักษานั้นมีอันตรายน้อย ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ด้วย ด้วยเหตุที่กฎหมายอนุญาตให้ทำแท้งได้ในวงแคบมาก โดยมารยาททางการแพทย์จึงไม่มีแพทย์คนใดยอมรับทำแท้งให้โดยหวังอามิสสินจ้างที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม อาจจะมีแพทย์ที่กล้าหาญบางคนกระทำโดยไม่คำนึงถึงจรรยาบรรณและกฎหมายบ้านเมือง
การทำแท้งที่นอกเหนือจากการกระทำเพื่อการรักษาแล้วถือว่าผิดกฎหมาย และเป็นความผิดทางอาญาทั้งผู้ทำและผู้ถูกกระทำ สถิติผู้ป่วยทำแท้งผิดกฎหมายที่รับไว้รักษาตามโรงพยาบาลใหญ่ๆ มีจำนวนมากในแต่ละปี แสดงให้เห็นชัดแจ้งว่าไม่มีใครเกรงกลัวกฎหมายทำแท้งนัก คดีฟ้องร้องเกี่ยวกับการทำแท้งที่ถึงกับต้องขึ้นพิจารณาในศาลนั้นนับว่าน้อยไม่ถึง 1 ใน 1,000 ของจำนวนผู้ป่วยที่ถูกทำแท้ง แม้แต่รายที่เกิดโรคแทรกซ้อนของการทำแท้งจนถึงแก่กรรมในโรงพยาบาล ก็แทบจะไม่มีการดำเนินคดีกันเลย

 

อันตรายที่เกิดกับผู้ทำแท้ง แบ่งได้เป็น 3 ระยะ คือ

  • ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดทันที เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นขณะทำแท้งหรือเกิดภายใน 3 ชั่วโมงหลังทำแท้งมีการตกเลือด มดลูกทะลุ ปากมดลูกฉีกขาด อันตรายจากยาชาและยาสลบ ภาวะเลือดไม่แข็งตัวทำให้ตกเลือดมาก ภาวะโซเดียมคั่งในเลือด ภาวะเป็นพิษจากสารน้ำ และหลอดเลือดอุดตันจากฟองอากาศ อุดตันจากลิ่มเลือดหรืออุดตันจากน้ำคร่ำ ภาวะแทรกซ้อนที่กล่าวถึงทั้งหมดนี้ อาจจะมีความรุนแรง จนทำให้ผู้ป่วยถึงแก่กรรมได้

 

  • ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดล่าช้า เป็นอันตรายที่เกิดขึ้นหลังการทำแท้ง 3 ชั่วโมงไปจนถึง 28 วัน ได้แก่ ภาวะแท้งไม่ครบหรือแท้งค้าง และการอักเสบติดเชื้อทั้งสองภาวะนี้เป็นอาการสำคัญที่นำผู้ทำแท้งผิดกฎหมายเข้ารักษาต่อในโรงพยาบาล การอักเสบติดเชื้อนั้นพบเกือบทุกราย รายที่อักเสบรุนแรงอาจจะถูกตัดมดลูกทิ้ง แม้ผู้ป่วยจะยังอายุเพียง 15 – 16 ปีก็ตาม รายที่รุนแรงกว่านั้นอาจจะถึงแก่กรรมก่อนตัดมดลูก หรือแม้แต่ตัดมดลูกออกแล้วก็ช่วยชีวิตไม่ได้

 

  • ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดในระยะหลัง เป็นอันตรายที่เกิดหลังการทำแท้ง 28 วันไปแล้ว ได้แก่ การอักเสบเรื้อรังในอุ้งเชิงกราน ปวดประจำเดือน ปวดขณะร่วมเพศ หรือบางรายปวดมากจนไม่สามารถจะร่วมเพศได้ บางรายเป็นหมันเพราะโพรงมดลูกติดกันจนตัน หรือเป็นหมันเพราะท่อนำไข่อุดตันจากการอักเสบ และผลของการอักเสบของท่อนำไข่อาจทำให้มีการตั้งครรภ์นอกมดลูกได้ นอกจากนี้ยังพบอุบัติการณ์ของการแท้งซ้ำในครรภ์หลังๆค่อนข้างบ่อย

 

การทำแท้งด้วยยาคืออะไร ?

 

การทำแท้งด้วยยา คือการใช้ยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์ แทนที่การใช้เครื่องมือทำแท้งชนิดต่างๆ อาจเป็นการใช้ยา 1 ชนิดหรือ 2 ชนิดร่วมกัน ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์

 

กลไกการทำงานของยาทำแท้งชนิดกิน RU486

RU486 (Mifepristone) ออกฤทธิ์ต่อต้านการทำงานของโปรเจสเทอโรน ทำให้เกิดผลดังนี้

– เยื่อบุโพรงมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงและหลุดลอกตัว

– ปากมดลูกนุ่มและเปิดออก

– เพิ่มความไว (Sensitivity) ของมดลูกต่อยาไซโตเทค(Cytotec)

 

กลไกการทำงานของ cytotec (Misoprostol)

ไซโตเทคทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัวรุนแรงจนเกิดการแท้ง อาจใช้เป็นยาทำแท้งเดี่ยวๆ หรือใช้ร่วมกับ RU486 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำแท้ง

ไซโตเทคใช้เป็นยาทำแท้งได้โดยวิธีเหน็บช่องคลอด อมใต้ลิ้นหรืออมในกระพุ้งแก้ม ซึ่งทั้ง 3 วิธีได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจใกล้เคียงกัน

 

การใช้ยาทำแท้ง 2 ชนิดร่วมกัน (อาร์ยู486+ไซโตเทค)

สามารถใช้ทำแท้งได้ผลดีในอายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ โดยทำให้เกิดการแท้งสมบูรณ์ 95-98 % (90% แท้งภายใน 24ชั่วโมงหลังใช้ไซโตเทค) มีเพียงส่วนน้อยที่เกิดการแท้งไม่สมบูรณ์และจำเป็นต้องขูดมดลูก ซึ่งพบน้อยกว่า 1% ของผู้ใช้ยาที่ยังคงตั้งครรภ์ต่อ (ยาใช้ไม่ได้ผล)

 

ขั้นตอนการใช้ยาทำแท้ง

อายุครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์

1. กินยา RU486 1เม็ด

2. อีก 36 ชั่วโมงต่อมา สอดยาไซโตเทคทางช่องคลอดครั้งละ 2 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง หรือ อมไซโตเทค 4 เม็ดใต้ลิ้น ต่อด้วยอมไซโตเทค 2 เม็ดใต้ลิ้นในอีก 4 ชั่วโมงถัดมา

 

อายุครรภ์มากกว่า 9 สัปดาห์

แนะนำใช้ยาสอดไซโตเทคเพียงชนิดเดียว โดยสอดช่องคลอดครั้งละ 2 เม็ด ทุก 12 ชั่วโมง รายงานของ WHO พบแท้งสำเร็จ 90%

 

อาการขณะใช้ยาทำแท้ง

หลังกินยา RU486 อาจมีเลือดออกบ้างหรือไม่มีเลือดออกก็ได้ ภายหลังใช้ยาไซโตเทคจะเริ่มปวดท้องน้อย มีเลือดออกทางช่องคลอด ปนลิ่มเลือด ขณะแท้งจะปวดแรง เลือดออกมากกว่าประจำเดือน อาจเห็นถุงน้ำคร่ำหลุดออกมาหรือเนื้อเยื่อรกสีขาวๆหรือเห็นตัวอ่อนได้ในบางราย หลังแท้งอาการปวดทุเลา

 

อาการข้างเคียงจากการใช้ยา

สตรีที่ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์โดยการใช้ยา ควรเข้าใจถึงขบวนการแท้งที่เกิดจากการใช้ยา รวมทั้งอาการและอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปวด คลื่นไส้ ถ่ายเหลว ไข้หนาวสั่น รวมทั้งภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้บ้าง เช่น แท้งไม่ครบ , ตั้งครรภ์ต่อ

 

วิธีการทำแท้ง

 

 วิธีทำแท้งมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน การเลือกวิธีใดวิธีหนึ่งก็โดยอาศัยอายุครรภ์หรือขนาดของมดลูกเป็นหลัก ถ้าเป็นวิธีทำแท้งเพื่อการรักษาที่กระทำโดยแพทย์ก็พอจะแบ่งได้ 6 วิธีใหญ่ๆ คือ

1. การปรับประจำเดือน เป็นวิธีที่ใช้ในครรภ์ไม่เกิน 6 สัปดาห์ หรือ คิดง่ายๆ แบบชาวบ้านก็คือ ทำเมื่อประจำเดือนเกินกำหนดไป 2 สัปดาห์ วิธีนี้ใช้กันมากในกลุ่มของนักวางแผนครอบครัว วิธีนี้กระทำโดยสอดท่อพลาสติกเล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-8 มิลลิเมตร เข้าไปในโพรงมดลูกโดยผ่านทางช่องคลอดและปากมดลูกตามลำดับ ต่อปลายท่อพลาสติกด้านนอกเข้ากับกระบอกฉีดยาชนิดใหญ่พิเศษเมื่อปล่อยล็อค แรงดูดจะดูดเอารกและเด็กออกหมดเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที

2. การขูดมดลูก เป็นวิธีเก่าแก่ดึกดำบรรพ์ แต่ก็ยังใช้แพร่หลายและได้ผลดี แต่ควรเลือกทำในรายที่มดลูกมีขนาดโตไม่เกินอายุครรภ์ 14 สัปดาห์ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือถ่างขยายปากมดลูกก่อนการขูด ดังนั้นผู้ป่วยจะเจ็บปวดมากถ้าไม่ฉีดยาชา หรือได้รับยาสลบก่อนการขูด

3. การใช้เครื่องดูดสุญญากาศ ใช้ทำแท้งในอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ เป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่โรงพยาบาลรัฐบาลหลายแห่งยังไม่มีเครื่องมือทำแท้งชนิดนี้ เครื่องมือนี้กลับไปแพร่หลายอยู่ตามคลินิกทำแท้งเถื่อนเกือบทุกแห่ง ทั้งนี้เพราะความง่าย สะดวกรวดเร็ว และปราศจากความเจ็บปวดนั่นเอง เครื่องดูดสุญญากาศนี้มีลักษณะคล้ายกับเครื่องมือปรับประจำเดือน ใช้ท่อพลาสติกสอดผ่านช่องคลอดเข้าโพรงมดลูกเหมือนกัน แต่ท่อพลาสติกด้านนอกนั้นยาวกว่า เมื่อต่อกับเครื่องดูดสุญญากาศไฟฟ้าแล้วก็จะดูดสิ่งต่างๆ ในโพรงมดลูกออกหมด

4. การฉีดน้ำเกลือเข้มข้นเข้าถุงน้ำหล่อเด็ก เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับรายที่มดลูกโต จนคลำได้ชัดเจนทางหน้าท้องแล้ว คือเมื่ออายุครรภ์ประมาณ 16 สัปดาห์ขึ้นไป ใช้น้ำเกลือเข้มข้น 20 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตใหม่ๆ จำนวนประมาณ 150-200 มิลลิลิตร ฉีดเข้าไปในถุงน้ำหล่อเด็ก โดยใช้เข็มขนาดใหญ่เจาะผ่านผนังหน้าท้องมารดา เด็กก็จะแท้งออกเองภายหลังให้น้ำเกลือ 6-48 ชั่วโมง

5. การผ่าเอาเด็กออกทางหน้าท้อง ปัจจุบันไม่นิยมทำกันเพราะมีวิธีอื่นที่สะดวกและปลอดภัยกว่าแต่ก็ยังคงมีทำในบางราย เช่น ผู้ป่วยปัญญาอ่อน ที่ต้องการตัดมดลูกออกด้วย เพื่อตัดปัญหายุ่งยากขณะมีประจำเดือน หรือในผู้ป่วยบางรายที่ต้องการผ่าตัดทำหมันด้วย

6. การใช้ยาพวกพรอสตาแกลนดินส์ (prostaglandins) ยาประเภทนี้มีฤทธิ์ทำให้มดลูกบีบรัดตัวและเกิดการแท้ง ตัวยามีหลายชนิด คือ ชนิดเหน็บช่องคลอดได้แก่ ไซโตเทค (Cytotec) ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพทำให้เกิดการแท้งได้แน่นอน แต่อาการแทรกซ้อนของยานี้มีมาก เช่น อาการอาเจียนและท้องเดิน รวมทั้งอาการเจ็บปวดมดลูก ขณะนี้กำลังคันคว้าวิจัยเพื่อสกัดตัวยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะตัวมดลูกเท่านั้นคาดว่าอีกไม่นานวิธีนี้จะเป็นที่นิยมแพร่หลายเพราะไม่ต้องใช้เครื่องมือช่วย

 

สำหรับวิธีทำแท้งตามวิธีของหมอเถื่อนมีหลายวิธี ตามความนิยมมากน้อยดังนี้

1. การสวนน้ำยาเข้าโพรงมดลูก โดยผ่านท่อยางเล็กๆ เข้าทางปากมดลูก แล้วฉีดสารเหลวบางชนิดสารเคมี น้ำสบู่ ด่างทับทิม แอลกอฮอล์ น้ำมันเบนซินสารเหลวเหล่านี้เป็นของแปลกปลอมที่ค่อนข้างสกปรกมีผลให้เด็กตายพร้อมๆ กับมีการอักเสบติดเชื้อ มดลูกจึงบีบรัดตัวเกิดการตกเลือด และมีการแท้งติดตามมา ขบวนการแท้งโดยวิธีนี้ค่อยเป็นค่อยไป เลือดออกไม่มาก แต่กลไกที่ทำให้เกิดการแท้ง อาจเป็นเพราะความสกปรกหรือสารเคมี ทำให้เด็กตาย และทำให้แท้งโดยทั่วไปเด็กจะตาย จากการอักเสบติดเชื้อ ซึ่งเชื้อโรคนี้ค่อนข้างรุนแรง ถ้ารักษาไม่ทัน ตัวผู้ถูกทำแท้งเองมักจะตายก่อนที่จะมีการแท้งด้วยซ้ำไป

2. การทำให้ถุงน้ำหล่อเด็กแตก กระทำโดยสอดท่อโลหะขนาดเล็กๆ อาจจะเป็นท่อสวนปัสสาวะหรือเครื่องมือที่ใช้วัดความลึกของโพรงมดลูก สอดเข้าทางปากมดลูก ผ่านทะลุถุงน้ำหล่อเด็กจนถุงน้ำหล่อเด็กแตก เมื่อขาดน้ำหล่อเลี้ยง เด็กก็จะตาย เกิดปฏิกิริยาของการแท้ง ซึ่งก็มีโอกาสจะเกิดการอักเสบติดเชื้อเช่นเดียวกับวิธีแรก เพราะขบวนการแท้งของวิธีนี้ค่อนข้างช้า

3. การสอดใส่วัสดุแปลกปลอมไว้ในโพรงมดลูก ที่พบบ่อย ได้แก่ สอดสายยางสำหรับสวนปัสสาวะเข้าไปขดงออยู่ในโพรงมดลูก บางแห่งอัตคัตสายยางถึงกับใช้กิ่งไม้ขนาดเล็ก หรือหญ้าปล้องแทน ระยะเวลาที่มดลูกหดรัดตัวเพื่อขับไล่วัสดุแปลกปลอมออกจากโพรงมดลูกนั้นใช้เวลานาน จึงทำให้เกิดการแท้งค้างแต่อันตรายที่สำคัญก็คือ การอักเสบติดเชื้อเช่นเดียวกัน

4. การกระตุ้นเชิงกลอย่างรุนแรงที่มดลูก การบีบนวดเป็นวิธีทำแท้งที่แพร่หลายในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ เริ่มด้วยการให้ผู้ป่วยนอนหงายชันเข่า หนุนก้นให้สูง ใช้มือยกมดลูกให้ลอยขึ้นและบีบให้ “ก้อนเลือด” แตก บางรายใช้ส้นเท้ายันบริเวณปากช่องคลอดด้วย โดยอ้างว่าจะช่วยให้มดลูกลอยตัวขึ้น วิธีนี้เลือดอาจจะออกภายในวันแรก หรือบางรายก็อาจต้องทำซ้ำหลายๆ ครั้ง

5. การใช้ยาบีบมดลูก โดยฉีดหรือรับประทานยาพวกเออร์กอต (ergot) ขนาดมากและติดต่อกันหลายวัน วิธีนี้มีอัตราล้มเหลวมากกว่าวิธีอื่น ที่จังหวัดทางภาคใต้ บางแห่งมีวิธีเสกหมากให้หญิงตั้งครรภ์เคี้ยวและกลืนลงไปเลย เล่ากันว่าจะแท้งภายใน 1-7 วัน เป็นส่วนใหญ่

 

สาเหตุของการทำแท้งผิดกฏหมาย

 

ถึงแม้การตั้งครรภ์จะเป็นเรื่องของธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหลายก็ตาม สำหรับมนุษย์นั้นมีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้นที่จงใจ ตั้งใจ หรือมีแผนการจะให้ตั้งครรภ์เพื่อจะได้ลูกไว้สืบตระกูล นอกนั้นเป็นการตั้งครรภ์โดยบังเอิญ แบบที่เรียกว่ามีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ที่ร้ายแรงและเป็นปัญหาที่สุด ได้แก่การตั้งครรภ์ในคนที่ไม่ต้องการลูก กลุ่มที่ตั้งครรภ์โดยบังเอิญนี้ นอกจากจะไม่ยอมรับการตั้งครรภ์แล้ว ยังพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง

ปฏิกิริยาที่เกิดกับผู้ตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจเกิดได้หลายแบบอย่างด้วยกัน บางคนเมื่อประจำเดือนเกินกำหนดก็กินยาชุดขับประจำเดือน ความจริงยาขับประจำเดือนจะได้ผลก็ต่อเมื่อหญิงผู้นั้นมิได้ตั้งครรภ์เท่านั้น ถ้าตั้งครรภ์จริง แม้จะรับประทานยานี้หลายๆ ชุดก็มักจะไม่ได้ผล บางคนนำปัสสาวะไปตรวจ เพื่อทดสอบการตั้งครรภ์ บางคนเพียงแต่เล่าอาการให้เพื่อนๆ ฟัง บางคนก็รอจนท้องโตคลำมดลูกได้ทางหน้าท้อง รายที่น่าระอาที่สุด คือรายที่ปล่อยตัวไว้จนรู้สึกเด็กดิ้นจึงรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์

เมื่อทราบแน่ชัดว่าตนเองตั้งครรภ์ บางคนจะปรึกษาแพทย์ตามโรงพยาบาลหรือคลินิก เพื่อขอให้แพทย์ทำแท้งให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการปฏิเสธ นอกจากจะปฏิเสธการทำแท้งแล้ว แพทย์มักจะอธิบายชี้แนะให้ตระหนักถึงอันตรายของการทำแท้ง เนื่องจากผู้ตั้งครรภ์และผู้เกี่ยวข้องคิดว่า ผลเสียของการตั้งครรภ์มีมากกว่าอันตรายจากการทำแท้ง ในที่สุดจึงเลือกสถานที่ลักลอบทำแท้งที่มีอยู่มากมายทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สถานที่ดังกล่าวนี้มักจะอยู่ลึกลับไม่เปิดเผยหรือไม่ก็อาศัยการทำคลินิกบังหน้า ราคาค่าบริการก็แตกต่างกัน แทบทุกแห่งอาจจะต่อรองราคากันได้

สาเหตุของการทำแท้งเท่าที่รวบรวม พอจะแบ่งออกเป็น2 กลุ่ม คือ หญิงโสด กับ หญิงที่แต่งงานแล้ว

– หญิงโสดมักจะทำแท้งเนื่องจากตั้งครรภ์ก่อนแต่งงาน และมีอุปสรรคขัดข้องทำให้ไม่สามารถแต่งงานกับชายที่เป็นบิดาของเด็กได้ อาจเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังเป็นนักเรียน ฝ่ายชายไม่ยอมรับ พ่อแม่ไม่ยอมรับ บางรายก็ขัดกับอาชีพ เช่น อาชีพหญิงบำเรอ หญิงบริการอาบอบนวด พาร์ตเนอร์ตามไนต์คลับหรือสถานเริงรมย์ เป็นต้น

– สำหรับหญิงที่แต่งงานแล้วอ้างเหตุผลหลายประการ ประการที่สำคัญที่สุดคือ ปัญหาทางเศรษฐกิจ รายได้ไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูบุตร ประการที่สอง เกี่ยวกับความไม่พร้อมที่จะมีบุตรหรือมีบุตรมากเกินไป เท่าที่พบเห็นมักจะทั้งสองอย่างประกอบกัน คือ ทั้งยากจนและมีบุตรมากอาศัยอยู่ตามชุมชนแออัด ประการที่สามคือ ความแตกร้าวภายในครอบครัว เช่น มีสามีที่ขาดความรับผิดชอบ เป็นภรรยาน้อย หรือภรรยาลับ เลิกกับสามี ฯลฯ นอกนั้นเป็นเหตุผลย่อย เช่น ขัดต่ออาชีพของนักร้องนักแสดง หญิงบริการ บางคนกลัวการคลอดเพราะเคยคลอดยากมาก่อนก็มี

 

การทำแท้งหมายถึง ?

 

การแท้ง หมายถึงการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนที่เด็กจะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้นอกครรภ์มารดาเท่าที่องค์การอนามัยโลกใช้กันมาแต่เดิม ถือเอาการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ก่อนอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เด็กยังหนักไม่ถึง 1,000 กรัม

ในระยะหลังนี้ประเทศที่พัฒนาแล้วมีความก้าวหน้าทางการแพทย์มาก จนสามารถจะเลี้ยงดูเด็กที่น้ำหนักแรกคลอดต่ำกว่า 1,000 กรัม ให้รอดชีวิตได้เป็นส่วนใหญ่ ประเทศเหล่านั้นจึงเปลี่ยนนิยามของการแท้งใหม่ โดยถือว่าการแท้งเป็นการสิ้นสุดของการตั้งครรภ์ เมื่ออายุครรภ์ต่ำกว่า 20 สัปดาห์ หรือเมื่อเด็กมีน้ำหนักต่ำกว่า 500 กรัม สำหรับในประเทศไทยยังไม่ก้าวหน้าถึงเพียงนั้น จึงยังคงใช้คำนิยามเดิมไปก่อน

ประเภทการแท้ง
1. การแท้งเอง หมายถึงการแท้งที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่จงใจจะให้ เกิดการแท้ง ถือเป็นความล้มเหลวของการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ สาเหตุของการแท้งเองอาจจะเกิดได้จาก
1.1 ความบกพร่องของไข่ที่ผสมแล้ว หรือตัวอ่อน พวกนี้จะแท้งตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ ไปจนถึงอายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์
1.2 ความบกพร่องทางด้านมารดา เช่น มดลูกพิการ ปากมดลูกปิดไม่ดี โรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคไต โรคเลือด การแท้งจากสาเหตุนี้จะเกิดขึ้นเมื่ออายุครรภ์มากเกิน 12 สัปดาห์ขึ้นไป
จากการสำรวจผู้ป่วยแท้งเอง แพทย์ยังไม่พบสาเหตุชัดเจน สำหรับตัวผู้ป่วยเองนั้น มักจะคิดว่าการกระทบกระเทือนเป็นสาเหตุของการแท้ง
จากสถิติทางการแพทย์พบว่า การแท้งเองเกิดขึ้นร้อยละ 10 ของการตั้งครรภ์ หมายถึงว่า การตั้งครรภ์ 10 ครั้งจะเกิดการแท้งเอง 1 ครั้ง แต่ผู้เขียนคิดว่าตัวเลขที่แท้จริงน่าจะมากกว่านี้ ทั้งนี้เนื่องจากการแท้งเองในระยะที่พึ่งเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ๆ อาจเกิดขึ้นโดยผู้ตั้งครรภ์ไม่ทราบว่าตนเองแท้ง อาจคิดว่ามีประจำเดือนล่าช้ากว่ากำหนดก็ได้

2. การทำแท้ง หมายถึง กระทำเพื่อให้เกิดการแท้ง แบ่งเป็น
2.1. การทำแท้งเพื่อการรักษา หมายถึงการทำแท้งในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ กฎหมาย ระบุไว้ชัดเจนว่า แพทย์สามารถจะทำแท้งได้ในกรณีต่อไปนี้
(1) เมื่อพิจารณาเห็นว่าหากปล่อยให้การตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปจะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตสุขภาพของมารดา เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเลือด โรคไตบางชนิด
(2) มารดาที่เป็นโรคจิตอยู่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือเป็นโรคจิตขณะตั้งครรภ์
(3) การตั้งครรภ์ที่เกิดขึ้นจากการข่มขืนกระทำชำเราในผู้เยาว์ต่ำกว่า 15 ปี

2.2. การทำแท้งที่ผิดกฎหมาย
การลักลอบทำแท้งที่ผิดกฎหมายมีอุบัติการณ์สูงมาก เท่าที่เผยแพร่ตัวเลขเพื่อประกอบการพิจารณาแก้ไขกฎหมายทำแท้งในปี พ.ศ. 2542 นั้น อ้างว่ามีการทำแท้งทั่วประเทศปีละระหว่าง 200,000-400,000 ราย ตัวเลขนี้ผู้ที่คัดค้านการแก้กฎหมายทำแท้งให้ความเห็นว่ามากเกินความเป็นจริง แต่สำหรับผู้สนับสนุนให้แก้กฎหมายกลับคิดว่าเป็นตัวเลขที่น้อยไปด้วยซ้ำ

 

ยาสอด ยาขับเลือด ยาทำแท้ง ยาเหน็บ cytotec ไซโตเทค

ยาสอด ยาขับเลือด ยาทำแท้ง ยาเหน็บ cytotec ไซโตเทค

 

Misoprostol ยาสอด ทำให้มดลูกเกิดภาวะบีบตัว และ มีการขับเลือด เหมือนกับการขับประจำเดือน แต่จะมี อาการปวดมากกว่า และ เลือดออกในปริมาณ เยอะกว่า ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางคน คือ มีอาการอาเจียนและท้องเสีย สำหรับโอกาสในการที่ว่าการทำแท้ง ด้วย Misoprostol จะประสบความสำเร็จมีมากถึง 90%

ผู้หญิงหลายคนต้อง การตัวเลือกนี้ในการทำแท้งโดยการใช้ยา แทนการใช้วิธีดูดออก เพราะมีความรู้สึกว่ามันเป็นธรรมชาติมากกว่า, รุกรานความเป็นส่วนตัวน้อย และสามารถสร้างความเป็นส่วนตัวในบ้านของตนเอง ตัวเลือกนี้สามารถใช้ได้กับผู้หญิงไม่พร้อมตั้งครรภ์ โดยการใช้ Ru486 + Cytotec ซึ่งมีประสิทธิภาพในการใช้งาน 98%

 

ยาสอด cytotec ตัวยา misoprostol มีสาร prostaglandin E 1 ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคกระเพาะ โดยเฉพาะที่เกิดจากการใช้ยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAID มีคุณสมบัติที่ดีหลายๆอย่างในทางสูตินารีแพทย์ ที่หมอสูติเกิดความกระตือรือล้นในการนำมันมาใช้ เช่น ใช้เตรียมปากมดลูกก่อนทำหัตถการในมดลูก ใช้ในการทำให้เกิดการแท้ง ใช้กระตุ้นให้เกิดการเจ็บครรภ์คลอด ใช้รักษาอาการตกเลือดจากมดลูกไม่หดตัวหลังการคลอดและไม่ตอบสนองต่อยากลุ่ม ergot ฯลฯ ได้ผลดีมากในการทำให้เกิดการแท้ง เมื่อใช้ร่วมกับยา mifepristone [ RU 486 ] รายงานใน JAMA ว่าได้ผลถึง 98%ในกรณีที่ท้องไม่เกิน 2 เดือน การใช้หลัง2 เดือนไปจนถึง 3 เดือนผลจะไม่ดี ประสิทธิภาพจะลดเหลือ 80-90 % โดยมีผลแทรกซ้อนที่อันตรายสูงขึ้น จากการตกเลือด แต่พอหลัง 3 เดือนไปแล้ว รก เจริญเติบโตดีขึ้น การหลุดลอกมักจะสมบูรณ์ ประสิทธิภาพก็จะกลับมาสูงอีกครั้ง ถึง 94%

 

การใช้ยาสอด CYTOTEC เพื่อทำให้เกิดการแท้ง ควรต้องตรวจ Ultrasound ก่อนและหลังการใช้ยา เพื่อดูว่า ไม่ใช่เป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก (ซึ่งถ้าเป็นแล้วไปใช้ยา อาจเป็นอันตรายตกเลือดถึงเสียชีวิตได้ ถ้าช่วยไม่ทัน) และดูขนาดอายุครรภ์ เพราะประสิทธิภาพของยาขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ ควรต้องไม่มีประวัติการผ่าตัวเกี่ยวกับตัวมดลูก เช่นผ่าท้องคลอด เพราะมีรายงานทำให้เกิดมดลูกแตกที่แผลเป็นเดิม อาจตกเลือด เสียชีวิตได้ ข้อควรระวัง ส่วนการมีปัจจัยเสี่ยงของการใช้ยาคือโรคหัวใจขาดเลือด เช่น อายุมาก สูบบุหรี่ น้ำหนักตัวมาก ไม่ได้เป็นข้อห้าม การมีประวัติโรคหอบหืดก็ไม่ห้ามซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ ต่างจาก prostagladin กลุ่มอื่น เช่น sulprostone เป็นต้น หากเกิดภาวะดังกล่าวต้องให้โรงพยาบาล หรือแพทย์ที่สามารถทำแท้งโดยใช้เครื่องมือดูดออก ในกรณีที่เกิดผลแทรกซ้อน เช่น ตกเลือดมาก ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

ยากินทำแท้ง ยาทำแท้งชนิดกิน ยาทำแท้งแบบกิน RU486 Mifepristone

ยากินทำแท้ง ยาทำแท้งชนิดกิน ยาทำแท้งแบบกิน RU486 Mifepristone

 

 

ยากิน RU486 Mifepristone คือ ยากินที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ในอายุครรภ์ที่น้อยกว่า 49 วัน ซึ่งทำงานโดยการหยุดจ่ายฮอร์โมนเพศที่เข้าไปดูแลการทำงานของมดลูก เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมนตัวนี้จะทำให้มดลูกไม่สามารถรองรับการตั้งครรภ์และ เริ่มมีการขับเซลล์เลือดออกมา ปัญหาทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ควรระมัดระวังในการใช้ ยากิน RU486 (Mifepristone) เพื่อลดปัญหาที่ส่งผลกระทบกับการใช้ยาตัวนี้ คุณควรรับการให้คำปรึกษาเพื่อแน่ใจก่อนการใช้ยา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง : กรณีเกิดความผิดพลาดในการใช้ Mifepristone ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีปัญหาการทำงานของหมวกไต ผู้ป่วยที่มีปัญหาเลือดออกไม่เป็นปกติ หรือ มีภาวะเลือดออกช่องคลอดมากเกิน ไป หรือ ผู้ป่วยอยู่ที่อยู่ในภาวะเลือดจางอย่างรุนแรง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคไต ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยโรคปอด ผู้หญิงที่อายุมากกว่า 35 ปี ที่สูบบุหรี่ ( มากกว่า 10 มวนต่อวัน ) หรือ มีการดื่มสุรา และ สูบบุหรี่จัด

 

คุณควรระมัดระวังหากคุณมีปัญหาตามเงื่อนไขดังกล่าว เพราะจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการใช้ Mifepristone และอาจก่อให้เกิดปัญหาเรื้อรังในอนาคตได้ การตั้งครรภ์นอกมดลูก Mifepristone ไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ของคุณได้

RU 486 (ยาทำแท้ง, Mifepristone, Mifegyne, Mifeprex) มีการลงทะเบียนในบางประเทศ แต่ไม่สามารถซื้อได้ที่ร้านขายยาหรือร้านขายยา

1- ไปคลินิกทำแท้งที่ให้บริการแนะนำการใช้ยาในการจำหน่าย ยาสอด cytotec ในกรณีที่คุณตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ และอาศัยอยู่ในประเทศที่ถูก จำกัด การเข้าถึง ราคายาประมาณ เม็ดละ 500 บาท (คุณสามารถเลือกใช้ Mifepriston และ Misoprostol ซึ่งได้ผลถึง 99%และ มีประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้เกิดการทำแท้ง) คุณจะได้รับของตามที่อยู่ที่บ้านของคุณ

2- ในบางประเทศ Misoprostol เป็นเรื่องง่ายที่จะหาซื้อและอาจจะเป็นตัวเลือกที่ราคาถูกกว่าในประเทศไทย การใช้ Misoprostol คนเดียวอาจจะได้ผลถึง 80%

 

การใช้ Cytotec + Mifepristone

 +

 

ถ้าใช้ cytotec อย่างเดียว main dose =12 เม็ด คือ4-4-4 ถ้าไม่ได้ผลต้องมีการวางแผนให้ยาในปริมาณที่แตกต่างกันอีกครั้ง ถ้าใช้ ru486 ขนาด 200mg (มีเม็ดละ 25,50,200 mgแล้วแต่ที่มา) cytotec ที่ใช้ตามก็ 4 -2 – 2 เม็ด ถ้าเป็น การใช้ยา Ru486 หรือ mifepristone ร่วมกับ misoprostol หรือ cytotec ผลที่ได้จะดีกว่ามาก

ไม่อยากแนะนำให้ “ลอง” ใช้ยาด้วยตัวเอง อาจเป็นอันตราย แต่ถ้าจะทำ อยากให้ไปตรวจ ultrasound ดูก่อน เพื่อดูขนาดของการตั้งครรภ์ที่แน่นอน เพราะประสิทธิภาพของยาขึ้นกับอายุครรภ์ และเพื่อดูว่าไม่ได้ตั้งครรภ์นอกมดลูก ซึ่งถ้าใช้ยาคู่นี้จะไม่ได้ผลและอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ และควรที่จะเตรียมพร้อมฉุกเฉินที่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลในกรณีที่มีผลแทรกซ้อนเช่นตกเลือด เป็นต้น แม้ว่าผลแทรกซ้อนต่างๆนี้จะพบน้อย แต่ก็อาจเป็นอันตรายได้ ต้องตระหนักไว้ด้วย

ขาย :: ยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับเลือด ไซโตเทค cytotec RU486 ยาเหน็บ ยากินทำแท้ง ยาขับประจำเดือน จัดส่ง EMS ทั่วประเทศ

เว็บไซต์แห่งนี้เป็นคลินิคที่ให้คำปรึกษาและจำหน่าย ยาทำแท้ง ยาสอด สำหรับผู้ที่ไม่มีพร้อมมีบุตร ท้องไม่พร้อม ท้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ยินดีให้คำปรึกษาสตรีท้องไม่พร้อมที่ต้องการใช้ยายุติการตั้งครรภ์ที่มีความปลอดภัยสูง เราพร้อมดูแลท่านและติดตามผลอย่างใกล้ชิดพร้อมรับประกันผลหลังทำ ให้คำแนะนำโดยนายแพทย์เกษม สูตินารีเวชผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนครอบครัวและการผดุงครรภ์

 *** โทร.092-6578636 ***

ภาพตัวอย่างทารกที่หลุดออกมาจากการใช้ยาทำแท้งบางส่วน

ยาสอด Cytotec (Misoprostol) คืออะไร

ยาสอด CYTOTEC ไซโตเทค คือยา Misoprostol เป็นยา prostaglandin E 1ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษาโรคกระเพาะ โดยเฉพาะที่เกิดจากการใช้ยาต้านอักเสบกลุ่ม NSAID มีคุณสมบัติที่ดีหลายๆอย่างในทางสูติ เป็นยาหนึ่งในไม่กี่ตัวที่ทำให้เกิดมิติใหม่ในการรักษาทางสูติ ที่หมอสูติเกิดความกระตือรือล้นในการนำมันมาใช้ เช่น ใช้เตรียมปากมดลูกก่อนทำหัตถการในมดลูก ใช้ในการทำให้เกิดการแท้ง  อ่านต่อ…คลิก

ชื่อตัวยา

– Misoprostol 200 mcg

ชื่อทางการค้า

– ยาสอด ยาทำแท้ง ไซโตเทค cytotec ขนาด 200 mcg ของบริษัท Pfizer

– ยาสอด ยาทำแท้ง ไซโตเทค cytotec ขนาด 200 mcg ผลิตโดยบริษัท Pharmacia

– ยาสอด ยาทำแท้ง ไซโตลอค Cytolog ขนาด 200 mcg ผลิตโดยบริษัท Cadila Healthcare Limited

หมายเหตุ ยาทั้ง 3 บริษัท ผลิตโดยโรงงานที่ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันและใช้ได้ผลเหมือนกันทุกประการ (เป็นตัวยา Misoprostol ขนาด 200 mcg เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงบริษัทที่ผลิตเท่านั้น)

กลไกการออกฤทธิ์ของยา

– เป็นยากลุ่ม พรอสตาแกลนดินที่มี 20 carbon chain ออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก ทำให้ปากมดลูกเปิดและขับเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกออกมา

วิธีการใช้ยา

– ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อน

– นำยาสอดจุ่มน้ำก่อนแล้วสอดในช่องคลอดโดยใช้นิ้วสอดเข้าไปให้ลึกที่สุดทีเดียวให้หมดทุกเม็ด

หมายเหตุ การสอดยาควรสอดก่อนเข้านอนเพราะจะทำให้ได้ผลดีที่สุด

อาการจากการใช้ยา

– มดลูกบีบรัดตัว ทำให้ผู้ใช้ยามีอาการปวดท้อง (สามารถรับประทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดได้ )

การสั่งซื้อ

– จัดส่งสินค้าแบบ Ems คิดค่าจัดส่ง 60 บาททั่วประเทศ

– โอนเงินเข้าบัญชี โดยโทรสอบถามหมายเลขบัญชีทางโทรศัพท์ (กรุณาโอนเป็นเศษสตางค์เช่น 3260.09)

– เมื่อโอนเงินแล้ว โทรแจ้งรายละเอียดการโอนเงินที่เบอร์ 092-6578636

– ระบุข้อมูลการโอนเงิน จำนวนเงิน ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ จำนวนยา ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บเป็นความลับแน่นอน

– เมื่อทางเราเช็คยอดเงินเรียบร้อยจะจัดส่งสินค้าให้ในวันรุ่งขึ้นทันที คุณจะได้รับสินค้าไม่เกิน วัน

– คุณตัดเรื่องปัญหาการโอนเงินแล้วไม่ได้รับของไปได้เลย เพราะเรายึดถือความซื่อสัตย์กับลูกค้าและต้องการช่วยเหลือคุณแก้ไขปัญหา ด้วยความจริงใจ

ติดต่อเรา (7.00-23.00น.)

– 092-6578636

คลิกเพิ่มเพื่อน  ID : cytotec2you